ทำไมเฮเกล (Hegel) และ วิภาษวิธี (Dialectics) จึงสำคัญสำหรับนักมาร์กซิสต์??? (ตอนที่ 1)
ขอโทษด้วยนะครับเพื่อนๆ ผมไม่มีอารมณ์เขียนอะไรมานาน เพราะเครียดเรื่องวิทยานิพนธ์มากๆ ตอนนี้กลับมาเขียนแล้ว แม้จะเครียดเหมือนเดิม 555 เพราะมีคนบอกว่า รออ่านอยู่
เทอมนี้ผมเรียน 1 วิชา (จาก 2 เพราะไม่เคยเข้าวิชานึง) เกี่ยวกับ ปรัชญาสมัยใหม่ ผมสนุกมากตอนที่ได้เรียนเรื่อง เฮเกล (Hegel) ที่พวกเราเคยได้ยินชื่อว่า มาร์กซ์ หรือ พระเจ้ามาร์กซ์ ของหลายๆคนได้รับอิทธิพลทางความคิดมาจากเฮเกลคนนี้ โดยเฉพาะเรื่อง วิภาษวิธี (dialectics)
ผมไม่มีเวลาอ่านเลนินต่อ เพราะมาทุ่มเทกับการอ่านเกี่ยวกับเฮเกล และอะไรๆที่เกี่ยวกับเฮเกล ซึ่งถ้าให้ผมพูดถึงเลนินตอนนี้ คงมึนๆ 55 ผมจึงขอหยุดเรื่อง เลนิน ไว้ชั่วคราว แล้วจะมาเล่าต่อทีหลัง เพื่อเล่าถึง เฮเกล และวิภาษวิธี เท่าที่จะมีปัญญาเล่าได้
สหายสาวกพระเจ้ามาร์กซ์คงจำได้นะครับว่า เรามักจะพูดกันถึง สิ่งที่เรียกว่า วิภาษวิธี บ่อยๆ เรามักจะอธิบายหัวใจของ วิภาษวิธี กันอย่างน้อย 3 ข้อ (ผมจะสรุปสั้นๆ เพื่อให้พอเข้าใจก่อนคร่าวๆ ก่อนที่ผมจะไปเรื่องที่มันลึกลงไปกว่านี้)
หนึ่ง วิภาษวิธี พูดถึง “ความเปลี่ยนแปลง” — สิ่งต่างๆย่อมเปลี่ยนแปลงไป ไม่มีอะไรหยุดนิ่ง ดังนั้นคนที่พูดว่า อะไรๆมีมานานแล้ว ไม่เปลี่ยนแปลง ก็ไม่จริง เช่น รูปแบบสังคม ความเชื่อ ภาษา ทุกอย่างย่อมอยู่กับการเปลี่ยนแปลง
สอง วิภาษวิธี พูดถึง “ความขัดแย้ง” — สิ่งต่างๆเต็มไปด้วยความขัดแย้ง ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งระหว่างคู่รัก ชนชั้น ความขัดแย้งระหว่างความคิดในหัวเรา หรือแม้แต่ความขัดแย้งที่อยู่ในธรรมชาติ เช่น การที่โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์ ก็เกิดจากความขึงตรึงของ แรงโน้มถ่วงและพลังงานหลายๆอย่าง เป็นต้น
สาม วิภาษวิธีให้ความสนใจกับ “ความสัมพันธ์” – สิ่งต่างๆในโลกไม่ใช่ “สิ่ง” หรือ thing เฉยๆ แต่ “สรรพสิ่ง” ในตัวมันเองเป็นความสัมพันธ์ชุดหนึ่ง และสรรพสิ่งอยู่ท่ามกลางความสัมพันธ์กับสิ่งอื่นๆด้วยพร้อมๆกัน ดังนั้นเราจะเข้าใจโลก สังคม รวมทั้งความคิดในหัวเรา โดยไม่มองว่ามันเป็นความสัมพันธ์ไม่ได้
ตัวอย่างเช่น เวลาเราพูดถึง กำแพง กำแพงนั้นสะท้อนความสัมพันธ์อย่างน้อย 3 ระดับ
ระดับแรก กำแพงอิฐนั้นประกอบจากการที่เราเอาอิฐ ปูน น้ำที่ก่อปูน อากาศ ความร้อนที่เหมาะสม เพื่อสร้างกำแพงขึ้นมา อันนี้เป็นความสัมพันธ์ระดับวัตถุ
ระดับที่สอง นอกจากกำแพงจะสะท้อนการผสมผสานกันเชิงวัตถุในระดับที่หนึ่งแล้ว กำแพงยังสะท้อนการใช้แรงงานของมนุษย์ในตัวกำแพงด้วย อิฐ น้ำ ปูน อากาศ ความร้อน ไม่สามารถประกอบเป็นกำแพงได้เอง แต่ต้องผสมด้วยแรงงานของมนุษย์ ดังนั้นกำแพงจึงสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ผู้สร้างกำแพง ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ระหว่าง วัตถุ กับตัวมนุษย์ ที่สะท้อนผ่านกำแพง
ระดับที่สาม กำแพงยังสะท้อนความสัมพันธ์ทางสังคมที่อยู่รายรอบตัวมันด้วย เช่น กำแพงวัด สะท้อนระบบอุดมการณ์ศาสนา กำแพงวัง บ้านคนร่ำรวยใหญ่โต ที่มีรั้วลวดหนาม สะท้อนสังคมที่ยึดถือในกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคลที่เจ้าของบ้านต้องล้อมรั้วเพื่อกันคนอื่น และสะท้อนความกลัว ความแปลกแยกในสังคมทุนนิยม ความสัมพันธ์ในระดับนี้จึงเกิดขึ้นในหลายมิติและกว้างออกไป สะท้อนถึงความสัมพันธ์ทางสังคม เศรษฐกิจ และความคิดความเชื่อมากมาย
นอกจากนี้ “ความสัมพันธ์” ในระดับต่างๆของกำแพงเองก็ยังสามารถสะท้อนองค์ประกอบทั้ง 3 ข้อของวิภาษวิธีไว้ด้วย เช่น กำแพง สะท้อนความสัมพันธ์ที่ขัดแย้งกันระหว่างแรงงานผู้สร้าง กับ ผู้ปกครองและนายทุนที่สั่งบังคับหรือจ้างงานแบบกดขี่แรงงานให้มาสร้างกำแพงด้วย หรือในระดับวัตถุ กำแพงสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของ ดินธรมดาๆ มาสู่กระบวนการเผาให้กลายเป็นอิฐ จนในที่สุดนำมาสร้างกำแพง เป็นต้น
นี่คือหลักการทั่วๆไปของสิ่งที่เรียกว่า “วิภาษวิธี” นะครับ คงพอจะเห็นภาพนะครับ สิ่งที่เฮเกล และนักมาร์กซิสต์พูดถึง วิภาษวิธี นั้นก็สลับซับซ้อนไปกว่านี้มากมาย ขยายความไปหลายระดับ ซึ่งผมจะพูดต่อไป
มีนักมาร์กซิสต์และนักคิดฝ่ายซ้ายจำนวนมากที่พยายามตีความและวิจารณ์เฮเกล จากหลากหลายสำนัก ผมสรุปคร่าวๆเท่าที่เห็นได้ตอนนี้นะครับว่า นักคิดฝ่ายซ้ายปัจจุบันมีท่าทีต่อเฮเกลอยู่ 2 ประเภท เป็นอย่างน้อย คือ
1. ปฏิเสธเฮเกล และพยายามกำจัดเฮเกลและวิภาษวิธีออกจากปรัชญามาร์กซิสต์ กลุ่มนี้ได้รับอิทธิพลจากนักปรัชญาฝรั่งเศสที่ชื่อว่า หลุยส์ อัลธูแซร์ (Louis Althusser) ผู้ที่ได้ชื่อว่า เป็นต้นแบบหรือแฟชั่นยอดฮิตของนักเรียนมาร์กซิสต์ เมื่อทศวรรษ 1960-1970 โดยเฉพาะในยุโรป
สำนักนี้ได้เอาเฮเกลและวิภาษวิธีออกจาก มาร์กซิสต์ และเอาความคิดของนักปรัชญาชาวดัทช์ ที่ชื่อว่า สปิโนซ่า (Spinoza) มาพัฒนาต่อ โดยเอามาต่อยอดความคิดของมาร์กซ์ อีกทั้งหลายคนในสำนักนี้ยังได้รับอิทธิอลทางความคิดของ เดอลูซ (Deleuze) และ ฟูโก (Foucault) ซึ่งเป็นนักคิดชาวฝรั่งเศสคนสำคัญด้วย
นักคิดที่ยังคงมีชีวิตอยู่ในปัจจุบันของแนวทางนี้นะครับ เช่น อันโตนิโอ เนกรี (Antonio Negri) , ไมเคิล ฮาร์ท (Michael Hardt) , เอเตียน บาลิบา (Etiene Balibar) , เออเนสโต้ ลาคลาว (Ernesto Laclau) เป็นต้น
2. ปกป้องเฮเกล กลุ่มนี้พยายามจะพิสูจน์ว่า มาร์กซ์นั้น ยังคงใช้ปรัชญาและวิธีการหาความรู้แบบที่เฮเกลวางรากฐานไว้อยู่ โดยเฉพาะสิ่งที่เรียกว่า “วิภาษวิธี” โดยกลุ่มนี้พยายามอธิบายว่า ทำไมเฮเกล และวิภาษวิธีนั้นมีความสำคัญต่อการหาความรู้ การอธิบายโลก และการเปลี่ยนแปลงโลก
การปกป้องเฮเกลและวิภาษวิธีของสำนักนี้นั้นต้องการตอบโต้กับกระแสปฏิเสธ เฮเกล ของ สำนักแรก โดยเฉพาะการที่สำนักแรกนำเอาความคิดแบบ หลังสมัยใหม่ หรือ โพสโมเดิร์น เข้ามาผสมผสานหรือ “อุดช่องโหว่” ของมาร์กซิสต์ โดยนักคิดกลุ่มนี้ พยายามโต้ตอบกับแนวคิดหลังสมัยใหม่อย่างหนัก ซึ่งผมจะอะบายต่อไป
นักมาร์กซิสต์กลุ่มนี้ เช่น รอย บาสกา (Roy Bhaskar) , สลาวา ชิเชก (Slavoj Zizek) เป็นต้น
ผมจะเริ่มด้วยการเล่าถึงความคิดของกลุ่มที่ 1 ก่อนนะครับ อย่างคร่าวๆ ว่าเค้าคิดอะไรกัน และเค้าให้เหตุผลสิ่งที่เค้าคิดว่ายังไง ซึ่งขอเก็บไว้เล่าต่อตอนหน้าครับ วันนี้เท่านี้ก่อน
ปล. ถ้าสนใจนักคิดพวกนี้ก็สามารถหามาอ่านได้บ้างนะครับ ลองหาหนังสือของคนพวกนี้ในห้องสมุดทั่วๆไป มีงานเขียนเกี่ยวกับ อัลธูแซร์ เล่มหนึ่งที่แปลโดย กาญจนา แก้วเทพ เกี่ยวกับอุดมการณ์ และกลไกทางอุดมการณ์ของรัฐ
ส่วน เนกรีและฮาร์ท มีงานเขียนหลายเล่มที่สำคัญ เช่น จักรวรรดิ หรือ Empire และ กลุ่มคน หรือ Multitude ซึ่งในวารสารสังคมศาสตร์ฉบับไม่กี่เล่มก่อนหน้าปัจจุบัน มีบทความของ ธเนศ วงศ์ยานนาวา เขียนไว้เป็นภาษาไทยนะครับ
เออเนสโต้ ลาคลาว ไม่มีงานภาษาที่เขียนถึงเป็นเรื่องเป็นราว ถ้ามีก็สั้นๆ เช่น ในบทแรกๆของหนังสือเกี่ยวกับ 14 ตุลา ของ ประจักษ์ ก้องกีรติ เป็นต้น
ส่วนความคิดของ รอย บาสกา ผมยังไม่เคยเห็นภาษาไทย แต่ผมกำลังอ่านอยู่ เดี๋ยวจะรีบเล่าให้ฟัง
และ คนสุดท้าย ชิเชก ผมยังไม่เคยเห็นคนเขียนเป็นภาษาไทย นอกจากเลคเชอร์ซึ่งไม่ได้พิมพ์ที่ไหนของ ธเนศ วงศ์ยานนาวา ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับ ผู้หญิง ในความคิดของชิเชก
เอาเป็นว่า ทั้งหมดผมจะพยายามเล่าไปเรื่อยๆ นอกเรื่องบ้าง เข้าเรื่องบ้างแล้วกันนะครับ
SESA พูดว่า,
เมษายน 8, 2009 ที่ 9:43 am
Thank..
perapon พูดว่า,
สิงหาคม 7, 2009 ที่ 12:03 am
สอน Maths และสนใจอ่านปรัชญา กำลังอ่านหนังสือ “โลกทัศน์ ปรัชญา วัตถุนิยมวิภาษ” เขียนโดย
บุญศักดิ์ แสงระวี พบศัพท์ วิภาษวิธี เลยลองสืบค้นดู/ …. ขอบคุณมากสำหรับข้อมูลที่มีประโยชน์ครับ
PEE/2009